กรุณาเลือกตัวชี้วัดอย่างน้อย 1 รายการเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล
ในระดับพื้นที่
การจัดทำข้อมูลดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมในบริบทของประเทศไทย (EPI Thailand) ในระดับพื้นที่ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานในระดับภูมิภาค/จังหวัดสามารถนำผลการประเมินตัวชี้วัดมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนงานหรือโครงการอย่างมีทิศทาง และสามารถยกระดับค่าคะแนนของตัวชี้วัดที่ยังอยู่ในระดับต่ำได้อย่างตรงจุด ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้ยั่งยืน ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลระดับพื้นที่พบว่า จากตัวชี้วัด EPI Thailand จำนวนทั้งสิ้น 34 ตัวชี้วัด มีเพียง 15 ตัวชี้วัดที่มีข้อมูลระดับพื้นที่
การขับเคลื่อน EPI Thailand สู่การปฏิบัติ ได้แบ่งพื้นที่คณะกรรมการภูมิศาสตร์แห่งชาติออกเป็น 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ และแยกกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี) ออกมาจากพื้นที่ภาคกลาง เนื่องจากมีลักษณะพื้นที่และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีความแตกต่างจากจังหวัดภาคกลาง
(อยู่ระหว่างการพัฒนา)
| วัตถุประสงค์ / ดัชนีย่อย / ตัวชี้วัด | ภาคเหนือ | ภาคตะวันออก | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | ภาคตะวันตก | ภาคใต้ | ภาคกลาง | กรุงเทพฯ และปริมณฑล |
|---|
| วัตถุประสงค์ / ดัชนีย่อย / ตัวชี้วัด | ภาคเหนือ | ภาคตะวันออก | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | ภาคตะวันตก | ภาคใต้ | ภาคกลาง | กรุงเทพฯ และปริมณฑล |
|---|
|
หมายถึง ค่าคะแนน 0 - 25.0 (ผลการดำเนินงานตามกรอบการประเมินระดับน้อย)
|
หมายถึง ค่าคะแนน 25.1 - 50.0 (ผลการดำเนินงานตามกรอบการประเมินระดับปานกลาง)
|
|
หมายถึง ค่าคะแนน 50.1 - 75.0 (ผลการดำเนินงานตามกรอบการประเมินระดับดี)
|
หมายถึง ค่าคะแนน 75.1 - 100.0 (ผลการดำเนินงานตามกรอบการประเมินระดับดีมาก)
|
กรุณานำเข้าข้อมูล 18 ตัวชี้วัดในหลังบ้าน
กรุณาเลือกตัวชี้วัดอย่างน้อย 1 รายการเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล
กรุณาเลือกภูมิภาคอย่างน้อย 1 ภูมิภาคเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล
กำลังโหลดแผนที่ประเทศไทย...
กรุณาคลิกเลือกภูมิภาคบนแผนที่
| ตัวชี้วัดที่สามารถจัดทำค่าคะแนนในระดับพื้นที่ | ตัวชี้วัดที่ยังไม่สามารถจัดทำค่าคะแนนในระดับพื้นที่ |
|---|---|
| 1) การรับสัมผัสฝุ่นละออง PM2.5 | 1) การใช้เชื้อเพลิงแข็งในครัวเรือน |
| 2) การรับสัมผัสก๊าซโอโซน | 2) การรับสัมผัสสารอินทรีย์ระเหยง่าย |
| 3) การรับสัมผัสก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน | 3) น้ำดื่มสะอาดปลอดภัย |
| 4) การรับสัมผัสก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ | 4) ปริมาณขยะทะเลลอยน้ำบริเวณปากแม่น้ำสายหลัก |
| 5) การรับสัมผัสก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ | 5) อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด |
| 6) สุขาภิบาลถูกสุขลักษณะ | 6) ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด |
| 7) อัตราป่วยจากพิษตะกั่ว | 7) การปกป้องชีวนิเวศบกของประเทศ |
| 8) ขยะที่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง | 8) การปกป้องชีวนิเวศบกที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ |
| 9) สัดส่วนของขยะมูลฝอยที่มีการนำกลับมาใช้ประโยชน์ | 9) สัดส่วนของพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลต่อพื้นที่น่านน้ำไทย |
| 10) การสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลน | 10) สัดส่วนของพื้นที่คุ้มครองทางบกต่อพื้นที่บกของประเทศ |
| 11) ความสมบูรณ์ของแหล่งหญ้าทะเล | 11) จำนวนประชากรของชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ |
| 12) ความสมบูรณ์ของแนวปะการัง | 12) จำนวนพื้นที่คุ้มครองที่ได้รับการประเมินประสิทธิผล |
| 13) การบำบัดน้ำเสีย | 13) การสูญเสียพื้นที่ป่า |
| 14) คุณภาพน้ำ | 14) การสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ |
| 15) ระดับความตึงเครียดด้านน้ำ | 15) สถานภาพปริมาณสัตว์น้ำ |
| 16) ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์หน้าดิน | |
| 17) อัตราการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ | |
| 18) อัตราการปล่อยก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน | |
| 19) ดัชนีการจัดการไนโตรเจนอย่างยั่งยืน |
หมายเหตุ : เนื่องจาก ข้อจำกัดด้านข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน ทำให้ไม่สามารถรายงานข้อมูล EPI Thailand ระดับพื้นที่ได้ ซึ่งในอนาคตต้องมีการกำหนดแนวทางในการพัฒนาการรายงานข้อมูลระดับพื้นที่อย่างเป็นขั้นตอน ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพหน่วยงาน เพื่อให้การรายงาน EPI Thailand ในระดับพื้นที่มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และสามารถใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ